การวางแผนหรือสร้างโรงแรมบูติค

คุณกำลังคิดจะวางแผนสร้างโรงแรมบูติคหรือไม่? หากใช่เราต้องขอแสดงความยินดีที่คุณตัดสินใจได้ถูกต้องแต่เราก็หวังว่าคุณจะสร้างอยู่ในเมืองที่เหมาะสม เพราะทุกวันนี้ที่พักตากอากาศจำนวนมาก หรือผู้ประกอบการมักที่จะตัดสินใจเลือกสร้างเป็นสไตล์บูติค ดังนั้นเราจึงคิดว่าน่าจะทันเวลาที่เราจะแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองในการสร้างโรงแรมบูติค

โรงแรมบูติคมักจะเหมาะกับเมืองทีทันสมัย, เมืองใหญ่ๆทั่วโลก หรือรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง มันจะดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหญ่อายุประมาณ 20-50 ปี เป็นนักท่องเที่ยวที่มีรายได้ระดับกลางถึงบน ดังนั้นทำเลที่ตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก จะต้องเลือกสถานที่ตั้งให้เหมาะสมและใกล้เคียงกับที่ลูกค้าเป้าหมายชอบไปจนย่านใจกลางเมือง ทำเลคือปัจจัยสำคัญมากซึ่งหลายคนก็ให้การยืนยันเป็นเสียงเดียวกันถึงความสำคัญในการเลือกพิจารณาสถานที่ตั้งก่อนทำธุรกิจใดๆ

ในการพิจารณาเรื่องขนาดของโรงแรมแบบบูติคนั้น โดยทั่วไปเราขอแนะนำว่าควรจะมีขนาดเล็กประมาณสัก 3-150 ห้อง แต่บางคนหรือบางองค์กรอาจจะรู้สึกว่าโรงแรมที่มีห้องไม่ถึง 100 ห้องนั้นไม่ควรจะเรียกว่าเป็นแบบบูติค มีการโต้แย้งกันว่า ห้องขนาด 100 ห้อง ก็มีความเพียงพอแล้ว มันเหมาะสมที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับพนักงานได้ดีมากขึ้น หากเป็นห้องพักขนาดใหญ่กว่านั้น ก็ไม่เหมาะสมเพราะการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นการสร้างปฏิสัมพันธ์หรือไมตรีจิตต่อกันจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับที่พักแบบบูติค เจ้าของกิจการจึงจะต้องใส่ใจกับคุณภาพของพนักงาน เลือกคนที่มีทัศนคติที่ถูกต้อง มีการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ จึงจะเข้ากับรูปแบบปรัชญาการพักอาศัยในแบบบูติคได้ดี

ในอดีตที่ผ่านมา มีการเพิ่มจำนวนสาขา (Chains) ของโรงแรมมากขึ้น เราจะเห็นได้ว่า บรรดาโรงแรมดังระดับ 5-7 ดาว มักจะไปสร้างสาขาไว้ตามเมืองใหญ่ และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งโรงแรมบูติคก็เป็นเช่นกัน มีการขยายแบรนด์ของโรงแรมบูติคชื่อดังไปสู่ Chains ของตน ข้อดีคือช่วยสร้างจุดแข็งในทางการตลาดและธุรกิจ และจะมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกัน ส่วนใหญ่แล้วโรงแรมสไตล์บูติคจะมีความเป็นอิสระมากกว่าโรงแรมทั่วไป การที่จะพิจารณาว่าโรงแรมใดมีคุณสมบัติเป็นบูติคจริงๆนั้นจะต้องมีคุณสมบัติทั้ง 8 ประการ

สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในนั้นมีบทบาทที่สำคัญมากในการสร้างความเป็นเอกลักษณ์และบรรยากาศ มีความทันสมัยในตัวเอง เมื่อเข้าพักก็จะสร้างประสบการณ์ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกับที่ใด เมื่อลองเข้าพักโรงแรม หลายที่เปรียบเทียบกัน คุณจะรู้ว่า แต่ละแห่งจะไม่ให้ประสบการณ์และการตกแต่ง การออกแบบที่ไม่เหมือนกันเลย มีการสร้างบรรยากาศแบบอบอุ่นไปโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นในเมืองนั้นหรือสถานที่ใกล้เคียง มีบุคลิกภาพเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันดังนั้นจึงทำให้โรงแรมบูติคสร้างรายได้ที่ดีกว่าโรงแรมปกติ

รูปแบบของเทคโนโลยี โรงแรมบูติคเป็นต้นแบบโรงแรมแห่งศิลปะควบคู่ไปกับเทคโนโลยีล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เน็ต, เครื่องเล่นดีวีดี, ทีวีจอแบนเอลอีดี ความบันเทิงในโรงแรมจะเป็นมากกว่าช่องรายการทีวี ซึ่งหมายถึงแนวไนท์คลับ, บาร์ หรือดิสโก้เธค

อีกอย่างร้านอาหารที่เปิดในโรงแรมบูติคนั้นอย่างน้อยจะเป็นร้านอาหารแบบ unique cuisine กล่าวคือ มีเอกลักษณ์และศิลปะการทำอาหารที่มีฝีมือ เจ้าของธุรกิจอาจจะจ้างเชฟดังๆให้บริการอาหารเมนูมากมาย ที่เลือกสรรมาอย่างตั้งใจ มีบรรยากาศที่เป็นกันเอง มีบริการที่เป็นกันเอง เชฟจะรับฟังความต้องการของลูกค้าและยินดีที่เพิ่มเติมเมนูใหม่ๆ หรือเอาเมนูที่ไม่เข้าท่าออกไปได้ตลอดเวลา

โรงแรมบูติคยังมีสิ่งอื่นๆที่น่าสนใจก็คือ บูติคแบบเฮอริเทจ อาจจะเป็นป้อมปราการสมัยโบราณ, วิลล่าหรือบ้านที่กำลังสร้าง คุณสมบัติเหล่านี้จะสะท้อนในเห็นถึงสภาพความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมแต่คงแฝงความทันสมัยไว้ และมีการบริการส่วนบุคคลสูงมาก แต่การฟื้นฟูการปรับปรุงสถานที่เหล่านี้เป็นงานที่น่าเบื่อ ใช้เวลานาน และที่สำคัญคือ มีราคาแพง แต่มันก็คุ้มค่าสำหรับการลงทุน อย่างเช่น ที่อินเดีย บางโรงแรมที่ตรงกับคุณสมบัติเหล่านี้จะมีราคาค่าที่พักประมาร $1000 ต่อคืน หรือราวๆ 3 หมื่นกว่าบาท ชี้ให้เห็นถึงแนวความคิดที่แตกต่างของสถานที่ให้เป็นดั่งมนตราที่น่าจดจำ

สิ่งหนึ่งที่ผู้คิดจะวางแผนสร้างโรงแรมบูติคควรจะระมัดระวังและจดจำไว้ก็คือ ความแตกต่างระหว่างโรงแรมหรู และ โรงแรมแบบบูติค ซึ่งมีความแตกต่างในเชิงลึกทั้งทางด้านแนวความคิด และ ประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ ดังนั้นจึงควรจะมีที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นมืออาชีพในการสร้างแนวความคิด และสไตล์ของโรงแรม

โรงแรมหรูหราระดับห้า ต่างจากโรงแรมบูติคอย่างไร?

นี่อาจจะอีกปัญหาหนึ่ง เพราะคนส่วนใหญ่หากพูดถึงโรงแรมบูติคแท้ๆจริงๆ ก็ไม่สามารถจะนึกภาพได้ออก ดังนั้นเราจะขออธิบายให้คุณพอเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างโรงแรมทั้งสองประเภท อันดับแรกคือ การต้อนรับ พนักงานโรงแรมบูติคจะให้ความสนใจและมีการบริการลูกค้าได้น่าพึงพอใจมากกว่า มันมีความหมายว่า หากคุณพักในโรงแรมบูติคคุณจะถูกดูแลอย่างพระราชา พวกเขาจะให้ความสนใจคุณเป็นพิเศษ คอยช่วยเหลือ แนะนำ อธิบายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ กิจกรรมดีๆที่คุณไม่ควรจะพลาด โดยปกติแล้วจะเห็นได้ว่า โรงแรมบูติคจะตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวจะสะดวกเข้ามาพักได้ง่ายกว่า และกลับมาพักได้อีกครั้งหากพวกเขาต้องการ ดังนั้นการเข้าพักของนักท่องเที่ยวเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับโรงแรม

ดังนั้นจึงสรุปได้ย่อๆว่า โรงแรมบูติคจะมีการออกแบบ หรือสไตล์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ หรือ มีความแปลกไม่เหมือนใคร เช่น พระราชวังเก่า หมู่บ้าน และรองรับลูกค้าหรือมีห้องพักไม่เกิน 150 ห้อง มีความทันสมัย พร้อมกับเทคโนโลยี และมีการบริการที่เอาใจใส่ดูแลอย่างเป็นกันเองและพิเศษ ในขณะที่โรงแรมหรู เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ทำให้การดูแลไม่อาจจะทั่วถึง แต่สิ่งอำนวยความสะดวกจะมีครบครันเหมือนกับบูติค ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการแบ่งระดับมาตรฐานของโรงแรมอยู่แล้ว เช่น โรงแรมระดับ 5 ดาวจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอะไรบ้าง แต่ว่าการบริการอาจจะมีแตกต่างกันไป พนักงานจะทำหน้าที่ให้ดี แต่จะไม่ใส่ใจมากเป็นพิเศษอย่างประเภทบูติค

ในอนาคตผลิตภัณฑ์ใดๆก็ตามที่มีความเป็นบูติค จะมีแนวโน้มในการลงทุนหรือข้อเสนอทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้รู้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการและรู้ถึงวิธีการที่จะรับ พวกเขายินดีจะจ่ายในราคาที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม นี่คงถึงเวลาสำหรับการตลาดแบบใหม่ ที่จะใช้วิธีขายในสิ่งที่คุณมี ซึ่งรูปแบบเดิมจะอยู่ในลักษณะของ ผลิตหรือทำขึ้นมาเพื่อขาย หากเราเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในปัจจุบันก็จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะเอาการแข่งขันได้ เห็นได้จาก การเปิดตัวโรงแรม อาร์มานี่ ในดูไบเมื่อเร็วๆนี้ ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่านี่คือเวลาสำหรับการก้าวไปสู่โรงแรมบูติคที่มีไลฟ์สไตล์

Shares